04 ตุลาคม 2554

วิวาทะวงการนิติศาสตร์

การให้ลบล้างผลพวงของรัฐ ประหาร 19 กันยายน 2549 ของคณะนิติราษฎร์ 7 คน ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งจากนักวิชาการและสื่อมวลชน คณาจารย์นิติศาสตร์ 23 คน ออกแถลงการณ์วิจารณ์ว่าเป็นข้อเสนอที่ประกอบขึ้นจากตรรกะวิธีคิด ที่ก่อให้เกิดผลประหลาด และสงสัยว่า  ทำไมจึงไม่ลบล้างรัฐประหารทุกครั้ง? ทำไมเจาะจงรัฐประหาร 2549

แถลงการณ์ของกลุ่มนิติราษฎร์ ทำให้เกิดความตื่นเต้นฮือฮาทั้งในวงการนักนิติศาสตร์และวงการสื่อมวลชน เพราะประกาศว่าจะ “ลบล้างผลพวงของรัฐประหาร” 19 กันยายน 2549 ให้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น และไม่มีผลทางกฎหมาย แต่จริงๆแล้วให้ลบล้างแค่รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2549 เพียงบางมาตรา และคำวินิจฉัยและคำพิพากษาของศาล

24 ธันวาคม 2553

วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2553

วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2553 เป็น ชุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองซึ่งมีความเห็นต่อต้านและสนับสนุน อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่ง วิกฤตการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อ เสถียรภาพทางการ เมืองในไทย ทั้งยังสะท้อนภาพความไม่เสมอภาคและความแตกแยกระหว่างชาวเมืองและ ชาวชนบท การละเมิดอำนาจ และผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งได้บั่นทอนการเมืองไทยมาเป็นเวลาช้านาน
ในปี พ.ศ. 2548 ได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองซึ่งมีความเห็นว่า ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ควรออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล จนกระทั่งลงเอยด้วยเหตุการณ์รัฐประหาร ส่งผลให้ฝ่ายทหาร คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำโดยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ก้าวขึ้นสู่อำนาจ และเข้ามามีบทบาททางการเมือง ส่งผลให้ไทยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร ซึ่งมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี ระหว่าง พ.ศ. 2549-2550 ซึ่งในช่วงนี้ ได้มีกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน เพื่อขับไล่คมช. และรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ เนื่องจากมาโดยรัฐประหาร

26 กันยายน 2553

เหยื่อถูกบาทหลวงละเมิดทางเพศในอิตาลี ประท้วง จี้ลากตัวดำเนินคดี

 กลุ่มสตรีผู้ตกเป็นเหยื่อของการถูกบาทหลวงคริสเตรียนล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมากได้มาร่วมชุมนุมกันที่อิตาลี เพื่อเรียกร้องให้มีการจับประชุมของเพื่อประกาศให้การกระทำดังกล่าวเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
       ข้อเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์(25)ที่ผ่านมา หลังการชุมนุมที่เมือง Verona ของบรรดาสตรีที่เคยตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศโดยบาทหลางคริสเตรียน
       Salvatore Domolo หนึ่งในอดีตเหยื่อที่ถูกบาทหลวงแก่คริสเตรียนล่วงละเมิดทางเพศกล่าวว่า ทางกลุ่มกำลังแสวงหาความร่วมมือในระกับนานาชาติ เพื่อเรียกหาความยุติธรรมสำหรับผู้ตกเป็นเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยเหล่าบรรดาบาทหลวงแห่งคริสตศาสนา ซึ่งตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา กระบวนการทางกฏหมายไม่เคยประสบความสำเร็จในการดำเนินการกับบาทหลวงเหล่านั้น
       "ความหวังในการดำเนินคดี แทบไม่เคยเกิดขึ้น หลังมีผู้ร้องเรียนว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ จะถูกแทรกแทรงจนทำให้คดีต้องยุติลง" Domolo กล่าว
       "การสมรู้ร่วมคิด ในความพยายามขัดขวางการดำเนินคดีกับอาชญากร มีกว้างขวางมากขึ้นในระดับภูมิภาค เป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณาว่า พวกเรากำลังเผชิญกับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ที่มีองค์กรศาสนาเป็นผู้กระทำ" เธอกล่าวถึงผลการประชุม
        ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางการอิตาลีไม่ยอมเผชิญหน้ากับสำนักวาติกัน ในการจัดการกับบาทหลวงที่ก่ออาชญากรรมดังกล่าว
         ในขณะที่อิตาลี มีบาทหลวงนับร้อยคนที่ก่ออาชญากรรมในการล่วงละเมิดทางเพศต่อประชาชน แต่คดีเหล่านั้นกลับไม่คืบหน้า เนื่องจากถูกแทรกแซงจากคริสจักร และเชื่อว่าจำนวนผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และบาทหลวงที่ก่ออาชญากรรมจะมีจำนวนมากกว่านี้ เนื่องจากผู้เสียหายจำนวนมาก เลือกที่จะไม่เปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เนื่องจากความสะเทือนใจ และความอับอาย